เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูฯ Exteen Touhou Gensoukyou (ExTG)
 
 
*คลิ๊กที่รูปเพื่อดูภาพใหญ่*
 
*ประวัติของตัวละครนี้เป็นเรื่องราวที่ถูกแต่งเติมขึ้นมาจากเทพปกรณัมยุโรปเหนือ (Norse Mythology) และไม่ได้อ้างอิงถึง Fact ที่มีอยู่ในเทพปกรณัมนั้นทั้งหมดนะครับผม*

เฟรเลีย มิมิสบรุนน์ (Frelia Mimisbrunn)

ลูกครึ่งยักษ์น้ำแข็งแห่งโยทุนไฮม์และมนุษย์ที่หลุดเข้ามาในเกนโซวเคียวด้วยสาเหตุอันใดก็ไม่ทราบได้ บรรพบุรุษของเธอเป็นยักษ์น้ำแข็งซึ่งได้รับมอบหมายจาก มีมีร์ ผู้ปกปักษ์รักษาน้ำพุแห่งภูมิปัญญา มิมิสบรุนน์ก่อนที่เขาจะถูกกุดศีรษะภายหลังสงครามแอซีร์-วานีร์ และสามารถรอดพ้นมาจากมหาสงครามแรกนารอคได้อย่างไม่คาดฝันแต่อย่างไรก็ตาม การที่มียักษ์น้ำแข็งหลงเหลืออยู่เพียงตนเดียวบนโลก ทำให้ตำแหน่งผู้ปกป้องน้ำพุแห่งภูมิปัญญาเสี่ยงต่อการสูญสิ้นผู้สืบทอด ซึ่งการว่างลงของผู้ปกป้องน้ำพุแห่งภูมิปัญญาอาจส่งผลให้เกิดมหาสงครามเฉกเช่นแรกนารอคเพื่อแย่งชิงน้ำพุแห่งภูมิปัญญานี้ก็เป็นได้ ยักษ์น้ำแข็งตนสุดท้ายนั้นจึงตัดสินใจะทิ้งศักดิ์ศรีของตนเองและเริ่มเข้าไปมีสายสัมพันธ์อันแนบแน่นกับสตรีเผ่าพันธุ์มนุษย์นางหนึ่งจนก่อให้เกิดทายาทในรุ่นต่อๆมาได้เป็นผลสำเร็จ
 
ถึงแม้ว่าสายเลือดยักษ์น้ำแข็งจะเจือจางลงไปจากรุ่นต่อรุ่น แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่หายไปจากทายาทของยักษ์น้ำแข็งตนนั้นจะมีเพียงพละกำลังอันมหาศาลและร่างกายอันใหญ่โตเท่านั้น ในทางกลับกัน สติปัญญาอันชาญฉลาดและไหวพริกอันเฉียบคมกลับไม่เลือนหายไปจากเหล่าทายาทของเขาเลยแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตาม เมื่อกาลเวลาผ่านพ้นไป เหล่ามนุษย์เริ่มรับรู้ถึงการคงอยู่ของสิ่งที่น่าจะสูญสลายไปตั้งแต่ครั้งมหาสงครามในอดีตและเริ่มออกเสาะหาสิ่งเหล่านั้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการอันไม่จบสิ้นของตนเอง ทายาทแห่งยักษ์น้ำแข็งที่ตระหนักได้ถึงหายนะครั้งนี้จึงได้ออกท่องเที่ยวไปทั่วแดนมิดการ์ดเพื่อเสาะหาเศษซากที่เหลืออยู่จากมหาสงครามแรกนารอค และสรรค์สร้างหอสมุดลอยฟ้านาม "อิกดราซิล" ขึ้นมาเพื่อเก็บรักษาสิ่งที่หลงเหลือจากมหาสงครามครั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นศาสตราวุธ ของวิเศษหรือความรู้ต่างๆนานาที่เหล่ายักษ์น้ำแข็งได้ออกเก็บรวบรวมมานานนับหลายร้อยศตวรรษเอาไว้ในนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น สายเลือดของยักษ์น้ำแข็งจึงถูกมนุษย์ออกตามล่าในฐานะที่เป็น "ผู้กุมความลับแห่งอำนาจลึกลับโบราณ" และต้องอพยพถิ่นฐานอยู่บ่อยครั้ง เพื่อให้สะดวกต่อการหลบหนี พวกเขาได้ทำการดัดแปลงเวทย์มนตร์ที่ได้รับสืบทอดมารุ่นต่อรุ่นเพื่อผนึกอิกดราซิลให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับร่างกายของทายาทรุ่นต่อไป ทำให้ทายาทของยักษ์น้ำแข็งทุกคนรวมถึงเฟรเลียกลายเป็น "ภาชนะ" สำหรับอิกดราซิลไปโดยปริยาย
 
เฟรเลีย มิมิสบรุนน์ เป็นทายาทผู้ปกป้องอิกดราซิลในลำดับที่ 257 ของตระกูลมิมิสบรุนน์ที่สืบสายเลือดมาจากยักษ์น้ำแข็งผู้คอยปกป้องน้ำพุแห่งภูมิปัญญา เด็กสาวตัวน้อยถือกำเนิดขึ้นมาในหมู่บ้านอันห่างไกลแถบคาบสมุทรสแกนดิเนเวียซึ่งในขณะนั้นกำลังหวาดหวั่นกับ "ข่าวลือ" เกี่ยวกับ "แม่มด" ที่ทางคริสตจักรได้ปล่อยออกมาเป็นระยะๆในช่วงนั้น ตระกูลมิมิสบรุนน์ที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างสันโดษและไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับเหล่าชาวบ้านสักเท่าไหร่นักจึงถูกสงสัยว่าเป็นแม่มด เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ สมาชิกทุกคนในตระกูลครัวมิมิสบรุนน์จึงถูกตีตราสัญลักษณ์กางเขนบริเวณกลางหลังตามความเชื่อของเหล่าชาวบ้านที่คิดว่าการตีตราสัญลักษณ์กางเขนนี้จะช่วยขับไล่วิญญาณร้ายและสะกดพลังอำนาจของเหล่าแม่มดเอาไว้ได้ ดังนั้น สมาชิกในตระกูลมิมิสบรุนน์ก็มีรอยแผลเป็นเป็นรูปไม้กางเขนอยู่กลางหลังตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่ามีการตีตราสัญลักษณ์กางเขนของเหล่าตระกูลมิมิสบรุนน์ไปแล้วก็ตาม เหล่าชาวบ้านก็ยังคงหวาดระแวงกับท่าทีที่ลึกลับและสันโดษของครอบครัวนี้ และความหวาดระแวงนั้นก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเหล่าชาวบ้านได้ลงความเห็นร่วมกันว่าควรเขียนจดหมายส่งไปยังศาสนจักรเพื่อให้ทางศาสนจักรส่งตัวผู้สอบสวนเพื่อมาไต่สวนคดีแม่มดของตระกูลมิมิสบรุนน์โทษฐานที่ทำตัวลึกลับและแปลกแยกไปจากพวกเขา

ฟลาเวียร์ มารดาของเฟรเลีย ซึ่งมีสายเลือดของผู้ปกป้องน้ำพุแห่งภูมิปัญญาอยู่ในตัว รู้ได้ถึงหายนะที่กำลังจะคืบคลานเข้ามาสู่ตระกูลมิมิสบรุนน์ เธอจึงได้ทำการส่งมอบอิกดราซิลให้แก่เฟรเลียผู้เป็นลูกสาวโดยที่ตัวของเฟรเลียเองไม่ได้รู้เรื่องราวที่แท้จริงเกี่ยวกับสายเลือดของตนเองหรืออิกดราซิลเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่จะทำการใช้เวทย์มนตร์เคลื่อนย้ายเฟรเลียที่กำลังหลับอยู่ไปยังป่าที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากหมู่บ้านสักเท่าไหร่นัก ส่วนฟลาเวียร์และสามีของเธอก็ถูกเหล่าชาวบ้านพาตัวไปให้ผู้สืบสวนจากศาสนจักรไต่สวนในความผิดโทษฐานทำตัวลึกลับและแปลกแยกไปจากชาวบ้านคนอื่นๆในหมู่บ้าน ซึ่งผลของการตัดสินคือ ฟลาเวียร์และสามีถูกตัดสินโทษว่าเป็นแม่มด และประหารชีวิตด้วยการเผาด้วยทั้งเป็น
 
หลังจากการพิพากษา "พวกแปลกแยก" เสร็จสิ้น พายุหิมะก็โหมกระหน่ำเข้ามาภายในหมู่บ้านโดยที่ไม่มีใครได้ทันตั้งตัว เหตุอาเพศที่เป็นเหมือนดั่งการลงทัณฑ์จากฟ้าเบื้องบนบังเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน จู่ๆผลึกน้ำแข็งขนาดมหึมาก็พลักผุดขึ้นมาจากพื้นดินอย่างไม่ขาดสาย เป็นผลให้ชาวบ้านบางส่วนถูกผลึกน้ำแข็งเหล่านั้นแทงทะลุร่างตายคาที่ เหล่าชาวบ้านที่ยังพอเอาตัวรอดจากผลึกน้ำแข็งเหล่านั้นได้ต่างก็พยายามหนีตายเพื่อเอาตัวรอด แต่เหมือนดั่งเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อห่าฝนลูกเห็บขนาดมหึมากลับถาโถมลงมายังหมู่บ้านอย่างหนักหน่วง ด้วยผลจากความวิปริตของสภาพดินฟ้าอากาศอย่างฉับพลันเช่นนี้ เป็นผลให้ชาวบ้านที่หลงเหลืออยู่ในหมู่บ้านทั้งหมดเสียชีวิตลงในทันที
 
ฝ่ายเฟรเลียที่ไร้ที่พักพิงก็ได้แต่ออกรอนแรมไปอย่างไร้จุดหมายท่ามกลางทุ่งหิมะอันแสนหนาวเหน็บ จนกระทั่งร่างกายถึงขีดสุดและสลบไป เมื่อเธอฟื้นขึ้นมา เธอก็ได้พบว่า เธอได้หลุดเข้ามาอยู่ดินแดนที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนเสียแล้ว...
 
องค์ประกอบของหอสมุดลอยฟ้า "อิกดราซิล" (เมื่ออยู่ในเกนโซวเคียว)
 
 
*คลิ๊กที่รูปเพื่อดูภาพใหญ่*
 
หอสมุดลอยฟ้า อิกดราซิล ถูกตั้งชื่อตามต้นไม้แห่งชีวิตในตำนานที่ภายหลังหักโค่นลงเนื่องจากมหาสงครามแรกนารอคและเป็นแหล่งรวบรวมวัตถุมีค่ามากมายที่หลงเหลือจากมหาสงครามแรกนารอคไม่ว่าจะเป็นศาสตราวุธ วัตถุเวทย์มนตร์ สิ่งของมีค่า หรือแม้กระทั้งภูมิความรู้ต่างๆที่ถูกเขียนเป็นหนังสือโดยเหล่าทายาทยักษ์น้ำแข็งนับหมื่นๆเล่ม นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ทุกศาสตร์ทุกแขนงและแบบจำลองทางสถาปัตยกรรม จิตรกรรมและประติมากรรมจากทั่วมุมโลกในยุคปัจจุบันอีกด้วย
*ซึ่งนั่นไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่ เพราะยักษ์น้ำแข็งเองก็มีเวทย์มนตร์มากเพียงพอที่จะทำแบบจำลองเหล่านั้นออกมาได้อยู่แล้ว*
 
นอกจากนั้น อิกดราซิล ยังถือว่าเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญทางพฤกษศาสตร์สำหรับเหล่ามนุษย์ เนื่องจากบนอิกดราซิลนั้นเป็นเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่มีการนำเอาพันธุ์พืชจากทั่วโลกมาปลูกเอาไว้บนนั้น ทั้งที่สูญพันธุ์ไปแล้วและยังไม่สูญพันธุ์ ซึ่งต้นไม้เหล่านี้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้จากน้ำพุแห่งความเยาว์วัย อุดร์บรุนน์ ที่ถูกขุดให้ไหลไปทั่วอาณาบริเวณของอิกดราซิล
*การปลูกต้นไม้จากทั่วทุกมุมโลกในที่เดียวกันดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยหากคิดด้วยหลักตรรกะของมนุษย์ แต่ด้วยน้ำพุแห่งความเยาว์วัย ทำให้พืชพันธุ์เหล่านั้นสามารถดำรงอยู่ได้ จะเรียกว่าน้ำพุแห่งความเยาว์วัยนั่นจะเป็นดั่ง "เส้นเลือดใหญ่" ของอิกดราซิลนี้เลยก็ว่าได้*
 
สำหรับสิ่งปลูกสร้างที่อยู่บนอิกดราซิลจะถูกแบ่งเป็นสองส่วนคือ ส่วนของเรือนพักและหอสมุด โดยส่วนของหอสมุดนั้นจะถูกแบ่งเป็นเก้าอาคาร แต่ละอาคารจะถูกตั้งชื่อตามโลกทั้งเก้าที่รากของอิกดราซิลในอดีตเคยหยั่งไปถึง ซึ่งการจัดหมวดหมู่หนังสือนั้นก็จะถูกจัดให้เข้ากับชื่อของอาคารแต่ละอาคาร โดยหอสมุด "มิดการ์ด" เป็นหอสมุดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
*เรื่องราวของมนุษย์นั้นมีมายาวนานและมากมายนัก ดังนั้นการที่หอสมุดนี้จะมีขนาดใหญ่ที่สุดก็คงจะไม่แปลก*
**ในปัจจุบัน เฟรเลียมีการสร้างหอสมุดเพิ่มขึ้นหนึ่งแห่งคือ หอสมุด "เฮล์มสกริงลา" (หอสมุดที่ใช้เก็บหนังสือที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเกนโซวเคียว**
ส่วนของเรือนพักนั้น จะมีเรือนพักอยู่เพียงสองเรือนเท่านั้นคือ วัลฮัลลาและโฟล์กวังก์ โดยเรือนโฟล์กวังเป็นเรือนพักส่วนตัวของเฟรเลียและเป็นที่ตั้งของน้ำพุแห่งภูมิปัญญา มิมิสบรุนน์ ด้วย ทุกๆวันเหล่าทายาทของยักษ์น้ำแข็งต่างใช้เรือนพักนี้ในการสอดส่องความเป็นไปของโลกมนุษย์ เพื่อป้องกันหายนะเหมือนดั่งมหาสงครามแรกนารอคในอดีตที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ส่วนเรือนวัลฮัลลานั่นจะมีไว้สำหรับแขกภายนอกที่เข้ามาศึกษาความรู้ภายในหอสมุด แต่ไม่สามารถอ่านหนังสือเหล่านั้นให้หมดได้ภายในวันเดียวและไม่สะดวกในการเดินทางไปมาระหว่างที่พักของตนเองและอิกดราซิล โดยภายในเรือนวัลฮัลลาจะมีเหล่าทสึคุโมะงามิและโซวเรย์จำนวนมากที่คอยดูแลและรับใช้ผู้ที่เข้ามาพักค้างแรมอย่างไม่ขาดตกบกพร่องอีกด้วย
*ว่ากันว่าเหล่าโซวเรย์ในเรือนพักวัลฮัลลานั้นชอบจำแลงร่างเป็นหญิงสาวที่มีผิวกายขาวดั่งหิมะ มีเรือนผมสีทองราวกับเส้นไหมจากสรวงสวรรค์และสวมใส่เกราะโลหะสีน้ำเงินเข้มอยู่ตลอดเวลาด้วย แต่ถึงกระนั้นก็ตาม เราก็ไม่สามารถทราบได้ถึงร่างจริงของเหล่าโซวเรย์พวกนั้นอยู่ดี*
**ว่ากันว่าภายในเรือนพักวัลฮัลลามีจำนวนห้องถึงห้าร้อยสี่สิบห้องและประตูห้าร้อยสี่สิบประตู ลือกันว่าแต่ละประตูนั้นใหญ่ขนาดที่คนจำนวนแปดร้อยคนสามารถเดินเข้าออกพร้อมกันได้เลยทีเดียว**
 
 

อู้ครับ =[]='

posted on 17 Apr 2011 21:37 by yamitsuki
กลับมาแปลฮิมนอสกันอีกครั้ง.... แต่ทว่าเราประสบปัญหาครั้งยิ่งใหญ่...

เนื่องจากว่า ข้าน้อยจำไม่ได้แล้วว่า มีใครรีเควสให้แปลเพลงอะไรไปแล้วบ้าง และมีใครแปลเพลงอะไรไปแล้วบ้าง...
 
ใครมีข้อมูล รบกวนด้วยนะครับ และจะรีเควสให้แปลเพลงอะไรใน Ar Tonelico ซีรีส์ ก็คอมเมนต์ทิ้งเอาไว้ได้เลยนะครับ ถ้าไม่ยากเกินความสามารถก็จะแปลให้ครับผม
 
และขอขอบคุณทุกๆท่าน ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมก้าวเข้ามาสู่โลกแห่งฮิมนอสนี้ ทั้งเรนซัง คะน้าจัง ท่านไคริ และคนอื่นๆอีกมากมาย และขอขอบคุณที่คอยติดตามผลงาน(แย่ๆ)ของผมนะครับ

ช่วงนี้ขอพักการแปล Hymmnos ไปสักพักนะครับ เนื่องจากการสอบกลางภาคและเหล่ารายงานที่กำลังถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง แต่ก็นะ ยังพอมีเวลาเวิ่นเว้อแปลอะไรต่ออะไรอยู่นิดหน่อย ก็ขอเอาเพลงนี้มาแปลละกันเนอะ
เพลงนี้ขอมอบให้คนที่กำลังหลอกตัวเองอยู่นะครับ ว่าคนที่เราออกตามหานั่นยังมีอยู่จริง... หึหึ... แต่ก็นะ ถ้ายังไม่ตายหรือสิ้นลมหายใจไปซะก่อนล่ะก็... ก็ออกตามหาต่อไปด้วยกันเถอะครับ...

หมายเหตุ: ชื่อเพลง "Leia" มาจากคำว่า "Lie" ซึ่งแปรมาเป็นชื่อเด็กสาวที่ถูกสร้างขึ้นมาในเพลงครับผม
เพลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของอัลบั้ม Planetary Suicide ครับผม

 

 

 

Leia
作詞:ゆよゆっぺ
作曲:ゆよゆっぺ
編曲:ゆよゆっぺ
唄:巡音ルカ

君の声を聞かせて 澱(よど)む心を祓(はら)って
偽りのキャンバスを 塗りつぶしてくんだ
今日も
kimi no koe wo kikasete yodomu kokoro wo haratte
itsuwari no kyanbasu wo nuritsubushitekunda
kyou mo
ให้ฉันได้ยินเสียงเพรียกของเธอ ลบเลือนจิตใจที่กำลังดำดิ่งลงไปนี้
ในวันนี้... ชั้นจะแต่งแต้มผืนผ้าใบที่เต็มไปด้วยคำลวงนั้นอีกครา...

終末のない幻想に 触れた気がした
「なんて呼べばいいんだろう」 変わらない温度
微笑が内臓を 食いつぶす前に
今日を閉じ込めたよ 馳せる未来は灰色
shuumatsu nonai gensou ni sawareta kigashita
"nante yobeba iindarou" kawaranai ondo
hohoemi ga naizou wo kuitsubusu mae ni
kyou wo tojikometayo haseru mirai wa haiiro
เหมือนดั่งกำลังไขว่ขว้าภาพมายาที่ไม่มีวันจบสิ้น
"มันควรจะถูกเรียกว่าอะไร" อุณหภูมิที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนี้
รอยยิ้มที่กำลังกัดกินฉันจากภายในนี้
ฉันจะปิดกั้นตนเองเสียตั้งแต่วันนี้ อนาคตที่ฉันพร่ำเพร้อถึงกำลังกลายเป็นสีเทา

 望むなら空想 寂れた嘘
叶うならもっと 聞かせて
nozomu nara kuusou sabireta uso
kanaunara motto kikasete
ความเพ้อฝันที่ฉันปรารถนา คำลวงที่กำลังตายจากไป
ฉันต้องการมันมากกว่านี้ ให้ฉันได้ยินสิ่งนั้นด้วยเถอะ...

心から溢れてた 愛しさをちりばめて
君の声に重ねた 恍惚(こうこつ)は遥か
形あるものならば 崩れゆくものならば
この両目は要らない 僕を包んで
Leia...
kokoro kara afureteta itoshisa wo chiribamete
kimi no koe ni kasaneta koukotsu wa haruka
katachi arumononaraba kuzure yukumononaraba
kono ryoume wa iranai boku wo tsutsun de
Leia...
ฉันกรีดย้ำความรักที่กำลังล้นเอ่อออกมาจากหัวใจ
ความสุขที่ถูกซ้อนเอาไว้ด้วยเสียงเพรียกของเธอช่างอยู่ไกลแสนไกล
ถ้าหากสิ่งนั้นมีรูปร่างอยู่แล้วละก็ มันก็คงกำลังจะพังทลายลง
ฉันไม่ต้องการสายตาของเธอทั้งสองนั้น... ได้โปรด... โอบกอดฉันเอาไว้...
Leia...

 終末のない幻想は 悲しく笑った
「なんて呼べばいいんだろう」 響く言葉は灰色
永遠はそっと 息をとめて
僕を置いてった 絶望へと
shuumatsu nonai gensou wa kanashiku waratta
"nante yobeba iindarou" hibiku kotoba wa haiiro
eien wa sotto iki wo tomete
boku wo oitetta zetsubou heto
ภาพลวงตาที่ไม่มีวันเลือนหายไปนั้น กำลังยิ้มออกมาอย่างขมขื่น...
"มันควรจะถูกเรียกว่าอะไร" คำพูดที่ดังสะท้อนไปมานี้กำลังเลือนหายไปเป็นสีเทา
ความเป็นนิรันดร์นั้น กำลังหยุดลมหายใจไปอย่างช้าๆ
และปล่อยฉันให้จมลงไปในความสิ้นหวัง

 

針の音が止まれば この世界は終わるよ
願うだけの言葉は 意味をもたなかった
もう少しだけ笑って もう少しだけ祈って
聞こえないならもういっそ 僕を殺してよ
hari no oto ga tomareba kono sekai wa owaruyo
negau dakeno kotoba wa imi wo motanakatta
mou sukoshi dake waratte mou sukoshi dake inotte
kikoenai nara mou isso boku wo koroshiteyo
เมื่อใดที่เสียงของเข็มนาฬิกานี้เลือนหายไป โลกใบนี้ก็คงจะถึงจุดจบเช่นเดียวกัน
คำพูดที่มีเพียงแต่ความปรารถนา คงจะไม่มีความหมายใดๆอีกต่อไปแล้ว
หัวเราะออกมาสักนิดสิ... หลงเหลือความหวังเอาไว้ให้อีกสักนิดสิ...
ถ้าหากคำพูดของฉันสื่อไปไม่ถึงเธอแล้วล่ะก็... ถ้าเช่นนั้น ฆ่าฉันให้ตายซะเถอะ...

 君の声を聞かせて 澱(よど)む心を祓(はら)って
偽りのキャンバスを 君と葬るんだ
君と僕の証を 残す術がないなら
温もりを焼きつけて 僕を殺して
Leia...
kimi no koe wo kikasete yodomu kokoro wo haratte
itsuwari no kyanbasu wo kimi to houmurunda
kimi to boku no akashi wo nokosusube ga nainara
nukumori wo yakitsukete boku wo koroshite
Leia...
ให้ฉันได้ยินเสียงเพรียกของเธอ ลบเลือนจิตใจที่กำลังดำดิ่งลงไปนี้
ฉันจะฝังผืนผ้าใบที่มีแต่ความหลอกลวงนี้ลงไปพร้อมกับเธอ
หากไม่มีหนทางใด ที่จะหลงเหลือ"การคงอยู่"ของฉันและเธอเอาไว้แล้วล่ะก็...
ใช้ความอบอุ่นนั้นเผาผลาญฉัน... ฆ่าฉันให้ตายซะเถอะ...
Leia...

[Hymmnos Translation] EXEC_HARMONIOUS/.

posted on 02 Jan 2011 20:08 by yamitsuki  in HT
Entry ในหมวดนี้ จะต้องอาศัย Font Hymmnos ในการอ่านด้วย ซึ่งสามารถหาโหลดได้ที่นี่นะครับผม
http://www.frelia.com/2009/05/how-to-install-hymmnos-letter-in-photoshop.html
<< จิ้มเบาๆนะครับ

เพลงนี้เป็นรีเควสจากคะน้าจัง (kanaseki) ครับผม
 

Ar tonelico: Melody of Elemia

 

EXEC_HARMONIOUS/.
EXEC_HARMONIOUS/.

Composition & Arrangement: Akiko Shikata
Vocal & Chorus: Akiko Shikata
Lyrics: Akiko Shikata / Akira Tsuchiya

Faura yerwe murfan anw sol ciel
Faura yerwe murfan anw sol ciel
นกน้อยบอกเล่าความรู้สึกของตนให้แก่โลกใบนี้ได้รับรู้
Faura sonwe murfan anw sol ciel ee
Faura sonwe murfan anw sol ciel ee
นกน้อยขับขานความรู้สึกของตนเพื่อสรรเสริญโลกใบนี้
Faura yerwe murfan anw sol ciel
Faura yerwe murfan anw sol ciel
นกน้อยบอกเล่าความรู้สึกของตนให้แก่โลกใบนี้ได้รับรู้
Faura sonwe murfan anw sol ciel ee
Faura sonwe murfan anw sol ciel ee
นกน้อยขับขานความรู้สึกของตนเพื่อสรรเสริญโลกใบนี้

Ridalnae sol ciel yanyaue manaf
Ridalnae sol ciel yanyaue manaf
โลกที่ไม่มีสิ่งอื่นมาแทนที่ได้ เหล่าชีวิตที่ทรงคุณค่า
Presia yasra lusye enclone anw omnis
Presia yasra lusye enclone anw omnis
แสงสว่างอันแสนอ่อนโยนเอ๋ย ได้โปรดโอบอุ้มพวกเขาเหล่านั้นเอาไว้

Faura selena anw Metafalica
Faura selena anw Metafalica
นกน้อยได้ร้อยเรียงและบรรเลงบทเพลงแห่งความหวังออกมา
Faura selena anw Metafalica
Faura selena anw Metafalica
นกน้อยได้ร้อยเรียงและบรรเลงบทเพลงแห่งความหวังออกมา

Was ki ra revatail whou Metafalica crushue, Mule
Was ki ra revatail whou Metafalica crushue, Mule
เรวาเทลผู้ทักทอและสรรค์สร้างบทเพลงแห่งความหวัง มิวล์
Was ki ra revatail whou Metafalica crushue, Mule
Was ki ra revatail whou Metafalica crushue, Mule
เรวาเทลผู้ทักทอและสรรค์สร้างบทเพลงแห่งความหวัง มิวล์
 
Presia kiafa sarla mea
Presia kiafa sarla mea
ได้โปรด สดับรับฟังบทเพลงของเรา
presia firle sarla mea
presia firle sarla mea
ได้โปรด รับรู้ถึงบทเพลงแห่งเรา

Van fandel viega heighte mea
Van fandel viega heighte mea
แม้เราจะถูกเชือดเฉือนด้วยคมดาบนับไม่ถ้วน
van fandel wis lurrea
van fandel wis lurrea
แม้เราจะหวาดกลัวหรือพรั่นพรึง
van fandel crudea ousye
van fandel crudea ousye
แม้เราจะถูกความทุกข์ระทมเข้าครอบงำ
Van fandel deleir ousye
Van fandel deleir ousye
แม้เราจะถูกความหายนะรุกราน
van fandel gauzewiga der lamenza
van fandel gauzewiga der lamenza
แม้เราจะถูกความสิ้นหวังจากความเศร้าโศกเข้าครอบงำจิตใจ
was ki ra tasyue eterne sarla yor
was ki ra tasyue eterne sarla yor
เราจักไม่หยุดขับขานบทเพลงอันนิรันดร์นี้แด่ท่าน
Alroetsue kierre iem
Alroetsue kierre iem
บัดนี้ คือเวลาแห่งการสำนึกผิดในบาป
fandel zadius, hierle melifan, iem endia.
fandel zadius, hierle melifan, iem endia.
ความเกลียดแค้นชิงชังเหนือคณา ประวัติศาสตร์ที่โศกเศร้า จักสิ้นสุดลงในตอนนี้

Was ki ra revatail whou Metafalica crushue, Mule
Was ki ra revatail whou Metafalica crushue, Mule
เรวาเทลผู้ทักทอและสรรค์สร้างบทเพลงแห่งความหวัง มิวล์
Presia kiafa sarla mea
Presia kiafa sarla mea
ได้โปรด สดับรับฟังบทเพลงของเรา
Presia yehar zadius rum ferda yor der sarla mea
Presia yehar zadius rum ferda yor der sarla mea
ได้โปรด ให้บทเพลงแห่งเราดับเปลวเพลิงแห่งความเกลียดชังในตัวท่านให้จางหายไปป
Presia metafalica rifaien tou yor sphilar.
Presia metafalica rifaien tou yor sphilar.
ได้โปรด จงทำให้บทเพลงแห่งความหวังก่อกำเนิดขึ้นมาภายในจิตใจของท่านอีกครา

Faura yerwe murfan anw sol ciel

Faura yerwe murfan anw sol ciel
นกน้อยบอกเล่าความรู้สึกของตนให้แก่โลกใบนี้ได้รับรู้
Faura sonwe murfan anw sol ciel ee
Faura sonwe murfan anw sol ciel ee
นกน้อยขับขานความรู้สึกของตนเพื่อสรรเสริญโลกใบนี้

Was ki ra revatail whou Metafalica crushue, Mule
Was ki ra revatail whou Metafalica crushue, Mule
เรวาเทลผู้ทักทอและสรรค์สร้างบทเพลงแห่งความหวัง มิวล์
Presia kiafa sarla mea
Presia kiafa sarla mea
ได้โปรด สดับรับฟังบทเพลงของเรา
presia firle sarla mea
presia firle sarla mea
ได้โปรด รับรู้ถึงบทเพลงแห่งเรา
Presia kiafa sarla mea
Presia kiafa sarla mea
ได้โปรด สดับรับฟังบทเพลงของเรา
presia firle sarla mea. Presia!
presia firle sarla mea. Presia!
ได้โปรด จงรับฟังบทเพลงแห่งเรา ได้โปรด

Was ki ra revatail whou Metafalica crushue, Mule
Was ki ra revatail whou Metafalica crushue, Mule
เรวาเทลผู้ทักทอและสรรค์สร้างบทเพลงแห่งความหวัง มิวล์
Presia kiafa sarla mea
Presia kiafa sarla mea
ได้โปรด สดับรับฟังบทเพลงของเรา
Presia yehar zadius rum ferda yor der sarla mea
Presia yehar zadius rum ferda yor der sarla mea
ได้โปรด ให้บทเพลงแห่งเราดับเปลวเพลิงแห่งความเกลียดชังในตัวท่านให้จางหายไป
Presia kiafa sarla mea
Presia kiafa sarla mea
ได้โปรด สดับรับฟังบทเพลงของเรา
Presia metafalica rifaien tou yor sphilar.
Presia metafalica rifaien tou yor sphilar.
ได้โปรด จงทำให้บทเพลงแห่งความหวังก่อกำเนิดขึ้นมาภายในจิตใจของท่านอีกครา

Faura yerwe murfan anw sol ciel
Faura yerwe murfan anw sol ciel
นกน้อยบอกเล่าความรู้สึกของตนให้แก่โลกใบนี้ได้รับรู้
Faura sonwe murfan anw sol ciel ee
Faura sonwe murfan anw sol ciel ee
นกน้อยขับขานความรู้สึกของตนเพื่อสรรเสริญโลกใบนี้
Faura yerwe wis enclone tou marta.
Faura yerwe wis enclone tou marta.
นกน้อยบอกเล่าความรู้สึกของตนในอ้อมกอดของมารดา
Faura sonwe murfan anw fatele.
Faura sonwe murfan anw fatele.
นกน้อยขับขานความรู้สึกของตนให้แก่ผู้เป็นบิดา
 
Ridalnae ture inferiare manaf.
Ridalnae ture inferiare manaf.
สายสัมพันธ์ที่มิอาจถูกแทนที่ได้ สรรพชีวิตอันเป็นที่รัก
Presia briyante enclone anw sol ciel.
Presia briyante enclone anw sol ciel.
ได้โปรด ให้เสียงแห่งความปิติยินดีโอบกอดโลกใบนี้เอาไว้
 
Faura selena anw Metafalica
Faura selena anw Metafalica
นกน้อยได้ร้อยเรียงและบรรเลงบทเพลงแห่งความหวังออกมา
Faura selena anw Metafalica
Faura selena anw Metafalica
นกน้อยได้ร้อยเรียงและบรรเลงบทเพลงแห่งความหวังออกมา

Was ki ra revatail whou Metafalica crushue, Mule
Was ki ra revatail whou Metafalica crushue, Mule
เรวาเทลผู้ทักทอและสรรค์สร้างบทเพลงแห่งความหวัง มิวล์
Presia kiafa sarla mea
Presia kiafa sarla mea
ได้โปรด รับฟังบทเพลงแห่งเรา

Faura yerwe murfan anw sol ciel

Faura yerwe murfan anw sol ciel
นกน้อยบอกเล่าความรู้สึกของตนให้แก่โลกใบนี้ได้รับรู้
Faura sonwe murfan anw sol ciel ee
Faura sonwe murfan anw sol ciel ee
นกน้อยขับขานความรู้สึกของตนเพื่อสรรเสริญโลกใบนี้